ลองจินตนาการดูว่า นั่งเติมน้ำมันอยู่ที่ปั๊มใกล้บ้าน และสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงของราคาที่ขยับขึ้นทุกวัน ประเด็นที่น่าคิดตามมาคือ "ทำไมราคาพลังงานถึงแพงขึ้นขนาดนี้?" แม้จะมีการแจ้งว่า กระบวนการผลิตน้ำมันในบางภูมิภาคยังคงดำเนินการได้อย่างปกติ
ประเด็นนี้เป็นบททดสอบที่ดีสำหรับนักธุรกิจรุ่นใหม่ ในการเรียนรู้เรื่อง ระบบเศรษฐกิจแบบองค์รวม ซึ่งทุกอย่างเชื่อมโยงถึงกันอย่างไม่น่าเชื่อ
ความเข้าใจผิดอย่างหนึ่งที่อันตรายที่สุดคือ ราคาสินค้าควรขึ้นอยู่กับแหล่งที่มาใกล้ตัวเท่านั้น แต่ความจริงที่น่าตกใจคือ ติดตามต่อได้ที่นี่ ราคาน้ำมันดิบถูกกำหนดโดยกลไกสากล หรือมาจากป่าฝนในทวีปอเมริกาใต้
เปรียบเทียบง่ายๆ ว่า ตลาดโลกเปรียบเสมือนอ่างเก็บน้ำขนาดมหึมา ถ้าท่อส่งน้ำในส่วนที่สำคัญที่สุดถูกขัดขวาง ผลกระทบย่อมตกอยู่กับทุกคนที่ต้องใช้น้ำจากสระใบนี้ นี่คือเหตุผลที่ความเสี่ยงในจุดเดียวกลายเป็นความเสี่ยงของทั้งโลก
หากมองย้อนกลับไปในช่วงที่สถานการณ์ยังคงสงบ บริเวณน่านน้ำแห่งนี้เป็นทางผ่านของพลังงานดิบ ราว 20% ของซัพพลายทั้งหมดในระบบ
นี่คือเหตุผลว่าทำไมไอร์แลนด์หรือไทย ถึงต้องแข่งขันกับผู้ซื้อระดับโลก เพราะคุณไม่ได้แข่งแค่กับคนในประเทศ
นักธุรกิจรุ่นใหม่ต้องเรียนรู้ว่า ความเสี่ยงของธุรกิจไม่ได้จำกัดอยู่แค่สิ่งที่มองเห็นได้ตรงหน้า ไม่ว่าคุณจะทำธุรกิจบริการหรือการผลิต ต้นทุนของคุณล้วนเชื่อมโยงกับเหตุการณ์โลก
ความเปราะบางที่ซ่อนอยู่เหล่านี้ คือสิ่งที่นักธุรกิจรุ่นใหม่ต้องใส่ไว้ในแผนการบริหารความเสี่ยง ในสภาวะที่ทุกอย่างเชื่อมต่อกัน คำว่า "ธุรกิจในประเทศ" อาจจะไม่มีอยู่จริงในแง่ของต้นทุน
ดังนั้นการติดตามข่าวสารรอบโลก แต่คือทักษะที่จำเป็นสำหรับทุกคนในโลกธุรกิจปัจจุบัน เพื่อที่จะสามารถก้าวนำสถานการณ์